SP Green Energy logoSP GREEN ENERGY

CBAM · คู่มือผู้ส่งออก

ผู้นำเข้าใน EU ขอข้อมูล CBAM
ผู้ส่งออกไทยต้องเตรียมอะไร

โดย ทีมที่ปรึกษา SP Green Energyเผยแพร่ 23 ตุลาคม 2569อ่านประมาณ 8 นาที
สรุปสั้น
  • CBAM เข้าสู่ช่วงบังคับใช้จริงตั้งแต่ 1 มกราคม 2026 ผู้นำเข้าใน EU ต้องรายงานการปล่อยแฝงของสินค้าและซื้อใบรับรอง CBAM
  • สินค้าในขอบข่ายคือ เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย ไฮโดรเจน และไฟฟ้า รวมถึงผลิตภัณฑ์บางรายการที่ทำจากวัสดุเหล่านี้
  • หน้าที่จ่ายเป็นของผู้นำเข้า แต่ข้อมูลการปล่อยจริงอยู่ที่โรงงานผู้ผลิต ผู้ส่งออกไทยจึงมักถูกขอข้อมูล
  • ถ้าไม่มีข้อมูลจริง ผู้นำเข้าอาจต้องใช้ค่าเริ่มต้นที่ EU กำหนด ซึ่งอาจทำให้ภาระของผู้นำเข้าสูงกว่าการใช้ข้อมูลจริง
  • CFO หรือ CFP ที่มีอยู่ช่วยได้บางส่วน แต่ไม่ได้ใช้แทนการคำนวณตามระเบียบวิธี CBAM โดยอัตโนมัติ

CBAM คืออะไร และใครทำหน้าที่อะไร

CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) คือมาตรการของสหภาพยุโรปที่ให้สินค้านำเข้าบางกลุ่มรับภาระต้นทุนคาร์บอนใกล้เคียงกับสินค้าที่ผลิตใน EU ภายใต้ระบบซื้อขายสิทธิการปล่อย (EU ETS) ผู้นำเข้าต้องรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่แฝงอยู่ในสินค้า (embedded emissions) และซื้อใบรับรอง CBAM ตามปริมาณนั้น

สิ่งที่ผู้ส่งออกไทยควรเข้าใจคือ ภาระทางการเงินอยู่ที่ผู้นำเข้า แต่ข้อมูลที่ใช้คำนวณอยู่ที่โรงงานผู้ผลิต คำขอข้อมูลจึงส่งย้อนกลับมาตามห่วงโซ่อุปทาน

ผู้เกี่ยวข้องบทบาทหลัก
ผู้นำเข้าใน EU (ผู้ยื่น CBAM ที่ได้รับอนุญาต)รายงานการปล่อยแฝง ซื้อและส่งคืนใบรับรอง CBAM
ผู้ผลิตนอก EU (โรงงานไทย)ติดตามและคำนวณการปล่อยของสินค้า แล้วส่งข้อมูลให้ผู้นำเข้า
ผู้ทวนสอบที่ได้รับการรับรองทวนสอบข้อมูลการปล่อยจริงที่ผู้ผลิตจัดทำ
หน่วยงานของ EUกำกับดูแล ออกระบบทะเบียน CBAM และประกาศค่าเริ่มต้นกับราคาใบรับรอง

สินค้าของเราอยู่ในขอบข่ายไหม

CBAM ครอบคลุมสินค้าบางรายการใน 6 กลุ่ม ได้แก่ ซีเมนต์ เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ปุ๋ย ไฟฟ้า และไฮโดรเจน การตรวจขอบข่ายทำจากรหัสพิกัดสินค้า (CN code) ไม่ใช่ชื่อสินค้า บางผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเหล็กหรืออะลูมิเนียมก็อยู่ในขอบข่ายด้วย ในขณะที่บางรายการไม่อยู่

ขายผ่านผู้ค้าคนกลางก็เกี่ยว: ตามคู่มือของคณะกรรมาธิการยุโรป ถ้าคุณขายสินค้าให้ผู้ค้าที่นำไปขายต่อให้ลูกค้าใน EU สินค้านั้นก็อยู่ภายใต้ CBAM ด้วย คำขอข้อมูลจึงอาจมาจากผู้ค้า ไม่ใช่จากผู้นำเข้าโดยตรง

วิธีตรวจเบื้องต้น: นำรหัสพิกัดสินค้าที่ใช้ในใบขนสินค้าขาออกมาเทียบกับรายการสินค้าในภาคผนวกของกฎหมาย CBAM แล้วยืนยันกับผู้นำเข้าอีกครั้ง เพราะผู้นำเข้าเป็นผู้ยื่นรายงานด้วยรหัสพิกัดฝั่ง EU

ไทม์ไลน์ที่ควรรู้

ช่วงเวลาสิ่งที่เกิดขึ้น
1 ต.ค. 2023 – 31 ธ.ค. 2025ช่วงเปลี่ยนผ่าน: ผู้นำเข้ารายงานข้อมูลการปล่อยรายไตรมาส ยังไม่มีภาระทางการเงิน
1 ม.ค. 2026ช่วงบังคับใช้จริงเริ่มต้น: การนำเข้าในปี 2026 จะถูกนำมาคิดภาระใบรับรอง
1 ก.พ. 2027เริ่มขายใบรับรอง CBAM ผ่านแพลตฟอร์มกลาง
30 ก.ย. 2027กำหนดยื่นรายงาน CBAM ประจำปีครั้งแรก (สำหรับการนำเข้าปี 2026) และส่งคืนใบรับรอง

เกณฑ์ 50 ตัน: จากการปรับปรุงกฎในปี 2025 ผู้นำเข้าที่นำเข้าสินค้า CBAM รวมไม่เกิน 50 ตันต่อปี จะไม่ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ของ CBAM เกณฑ์นี้วัดที่ผู้นำเข้าแต่ละราย ไม่ใช่ที่ผู้ส่งออก ลูกค้ารายเล็กของคุณอาจไม่อยู่ในเกณฑ์ แต่ลูกค้ารายใหญ่ยังต้องการข้อมูล และผู้นำเข้าบางรายก็ขอข้อมูลไว้ก่อนเพื่อความพร้อม

ข้อมูลที่ผู้ส่งออกต้องเตรียม

ข้อมูลที่ผู้นำเข้าต้องการขึ้นกับสินค้าและกระบวนการผลิต โดยทั่วไปประกอบด้วย

  1. ข้อมูลสถานประกอบการ: ชื่อและที่ตั้งโรงงานที่ผลิตสินค้าจริง ซึ่งอาจไม่ใช่สำนักงานใหญ่
  2. กระบวนการและเส้นทางการผลิต: ขั้นตอนตั้งแต่วัตถุดิบถึงสินค้า และขอบเขตกระบวนการที่ใช้คำนวณ
  3. ปริมาณการผลิต: แยกตามกลุ่มสินค้าและรหัสพิกัด ในช่วงเวลาที่รายงาน
  4. การปล่อยทางตรง: จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงและจากกระบวนการผลิต
  5. การปล่อยทางอ้อม: จากไฟฟ้าที่ใช้ ในกลุ่มสินค้าที่กำหนดให้รายงาน
  6. วัตถุดิบตั้งต้น (precursors): เช่น เหล็กกึ่งสำเร็จรูปหรืออะลูมิเนียมที่ซื้อมา พร้อมข้อมูลการปล่อยจากผู้จัดหา
  7. วิธีการติดตามตรวจวัด: แหล่งข้อมูล มาตรวัด และวิธีคำนวณที่ใช้
  8. ราคาคาร์บอนที่จ่ายในประเทศผู้ผลิต (ถ้ามี): ช่วงบังคับใช้จริงใช้ข้อมูลนี้เพื่อหักลดภาระของผู้นำเข้าได้
  9. ระดับการจัดสรรสิทธิฟรีเทียบเท่า: ข้อกำหนดใหม่ในช่วงบังคับใช้จริง ผู้ผลิตต้องคำนวณว่าหากโรงงานอยู่ใน EU จะได้รับสิทธิการปล่อยฟรีเท่าใด เพื่อนำไปหักจากการปล่อยแฝง
  10. ผลการทวนสอบ: ข้อมูลการปล่อยจริงที่ส่งให้ผู้นำเข้าต้องผ่านการทวนสอบโดยผู้ทวนสอบที่ได้รับการรับรอง

คณะกรรมาธิการยุโรปแนะนำให้ผู้ผลิตนอก EU ลงทะเบียนและส่งข้อมูลผ่านระบบทะเบียน CBAM (CBAM Registry) ส่วนสำหรับผู้ผลิตนอก EU เพราะช่วยให้ผู้นำเข้าใช้ข้อมูลได้สะดวกขึ้น ส่วนช่องทางที่ใช้จริงควรตกลงกับผู้นำเข้า

ค่าจริงกับค่าเริ่มต้น

ถ้าผู้ผลิตไม่ส่งข้อมูลการปล่อยจริงที่ผ่านการทวนสอบ ผู้นำเข้าอาจต้องใช้ค่าเริ่มต้น (default values) ที่คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศ ค่าเริ่มต้นออกแบบไว้ค่อนข้างระมัดระวัง จึงอาจทำให้ภาระของผู้นำเข้าสูงกว่าการใช้ข้อมูลจริงของโรงงานที่ปล่อยต่ำกว่า

ในทางธุรกิจ ผู้ผลิตที่ส่งข้อมูลจริงได้ จึงอาจมีข้อได้เปรียบในการเจรจากับลูกค้า ส่วนจะคุ้มกับต้นทุนการเก็บข้อมูลและการทวนสอบหรือไม่ ขึ้นกับปริมาณการส่งออก ระดับการปล่อยของโรงงาน และความต้องการของลูกค้า

CBAM ต่างจาก CFO / CFP อย่างไร

หลายโรงงานมี CFO หรือ CFP อยู่แล้ว ข้อมูลกิจกรรมบางส่วนนำมาใช้ร่วมได้ แต่กรอบการคำนวณต่างกัน

ประเด็นCFO / CFPCBAM
ใช้ทำอะไรรายงานองค์กร ฉลากผลิตภัณฑ์ ตอบลูกค้าทั่วไปให้ผู้นำเข้าใน EU ใช้รายงานและคิดภาระใบรับรอง
หน่วยผลลัพธ์ตันคาร์บอนต่อองค์กร หรือต่อหน่วยสินค้าตามที่ตกลงการปล่อยแฝงต่อตันสินค้า ตามกลุ่มสินค้าและรหัสพิกัด
ขอบเขตตามโปรแกรมและขอบเขตที่ตกลง (เช่น Scope 1, 2, 3 หรือวัฏจักรชีวิต)ตามระเบียบวิธี CBAM สำหรับแต่ละกลุ่มสินค้า รวมวัตถุดิบตั้งต้นที่กำหนด
การทวนสอบตามโปรแกรมที่เลือกผู้ทวนสอบที่ได้รับการรับรองตามข้อกำหนดของ CBAM

สรุปคือ CFO หรือ CFP ช่วยให้เริ่มได้เร็วขึ้น เพราะมีข้อมูลเชื้อเพลิง ไฟฟ้า และการผลิตอยู่แล้ว แต่ต้องจัดข้อมูลใหม่ตามขอบเขตและวิธีของ CBAM อ่านเรื่อง CFO / CFP

5 ขั้นเริ่มต้นเมื่อได้รับคำขอ

  1. อ่านคำขอให้ละเอียดผู้นำเข้าขอข้อมูลอะไร รูปแบบไหน ช่วงเวลาใด และต้องผ่านการทวนสอบหรือไม่
  2. ตรวจรหัสพิกัดสินค้ายืนยันว่าสินค้าที่ส่งออกอยู่ในขอบข่าย CBAM หรือไม่ ร่วมกับผู้นำเข้า
  3. แมปกระบวนการและข้อมูลกระบวนการผลิต วัตถุดิบตั้งต้น เชื้อเพลิง ไฟฟ้า และปริมาณการผลิต
  4. ทำทะเบียนช่องว่างข้อมูลข้อมูลที่มี ข้อมูลที่ขาด ผู้รับผิดชอบ และแผนเก็บเพิ่ม
  5. ตกลงช่องทางและกำหนดส่งระบบทะเบียน CBAM หรือไฟล์ตามแบบของผู้นำเข้า และวางแผนการทวนสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ส่งออกไทยต้องจ่ายค่า CBAM เองไหม

ตามกฎหมาย ผู้นำเข้าใน EU เป็นผู้ซื้อและส่งคืนใบรับรอง CBAM แต่ในทางการค้า ต้นทุนนี้อาจถูกนำมาเจรจาในราคาหรือเงื่อนไขสัญญา ขึ้นกับข้อตกลงของแต่ละราย

ลูกค้าส่งแบบฟอร์ม Excel มาให้กรอก ต้องทำอย่างไร

คณะกรรมาธิการยุโรปมีแม่แบบสำหรับให้ผู้ผลิตส่งข้อมูลการปล่อย ผู้นำเข้าหลายรายจึงส่งแบบฟอร์มมาให้กรอก เริ่มจากอ่านว่าแต่ละช่องต้องใช้ข้อมูลใด แล้วตรวจว่ามีข้อมูลนั้นในโรงงานหรือไม่

ถ้าสินค้าไม่อยู่ในขอบข่าย ยังต้องเตรียมอะไรไหม

ถ้าไม่อยู่ในขอบข่าย ก็ไม่มีหน้าที่ตาม CBAM แต่ลูกค้าใน EU อาจยังขอข้อมูลคาร์บอนเพื่อการรายงานความยั่งยืนของตนเอง ซึ่งมักใช้ CFO หรือ CFP แทน ดูงาน ESG & CBAM

ข้อกำหนดเปลี่ยนบ่อยไหม

CBAM มีการออกกฎหมายลำดับรองและปรับปรุงรายละเอียดต่อเนื่อง ควรตรวจข้อกำหนดล่าสุดจากเว็บไซต์ของคณะกรรมาธิการยุโรป และยืนยันกับผู้นำเข้าก่อนส่งข้อมูลทุกครั้ง

ต้องการคนช่วยเตรียมข้อมูล CBAM?

SP Green Energy ช่วยคัดกรองขอบข่ายสินค้า แมปข้อมูลการผลิตและการปล่อย จัดทำทะเบียนช่องว่างข้อมูลและชุดหลักฐาน และสนับสนุนการสื่อสารกับผู้นำเข้า เราไม่ได้ให้ความเห็นทางกฎหมาย และไม่ได้เป็นผู้ทวนสอบ

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ณ วันที่ 23 ตุลาคม 2569 จากเอกสารเผยแพร่ของคณะกรรมาธิการยุโรป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ข้อกำหนด กำหนดเวลา และเกณฑ์ต่าง ๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับแหล่งข้อมูลทางการและผู้นำเข้าก่อนตัดสินใจ

แชท LINE